“กระเจี๊ยบเขียว” ประโยชน์ดีๆ ที่ควรรู้

ถ้าจะบอกว่าชาวญี่ปุ่นนิยมทานกระเจี๊ยบเขียวมาก ทุกคนจะเชื่อหรือเปล่าคะ? ทานสดๆ นำไปประกอบอาหารต่างๆ สารพัดเมนูอีกต่างหาก ขนาดไปเวียดนาม ที่นั่นยังเสิร์ฟกระเจี๊ยบเขียวให้มาย่างทานกันสดๆ อีกด้วย ไม่ใช่แค่รสชาติที่ดี แต่เป็นเพราะสรรพคุณเจ๋งๆ ของกระเจี๊ยบเขียวนี่แหละ ที่ทำให้ใครต่อใครก็หามาทานกันมากมาย จะมีประโยชน์ในด้านใดบ้าง มาดูกันค่ะ

ประโยชน์ของ “กระเจี๊ยบเขียว”
1. ช่วยลดน้ำตาลในเลือด เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน และคนที่กำลังควบคุมน้ำตาล-น้ำหนัก

2. ลดอาการท้องผูก เพราะมีเมือกที่ช่วยให้อุจจาระอ่อนตัวขึ้น และยังมีใยอาหารที่ดีต่อการขับถ่าย

3. ลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย

4. ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคกระเพาะอาหาร เยื่อบุกระเพาะอาหารอักเสบ และลำอักเสบได้

5. ใครที่เป็นโรคกระเพาะอาหารอยู่แล้ว การทานกระเจี๊ยบเขียวพร้อมเมือกเหนียวๆ ใสๆ จะช่วยเข้าไปเคลือบแผลในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย

6. ฝักกระเจี๊ยบต้มเกลืออ่อนๆ สามารถแก้อาการกรดไหลย้อนได้

7. มีโฟเลตสูง ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง และเป็นสิ่งจำเป็นต่อพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ ดังนั้นจึงเหมาะกับหญิงมีครรภ์

วิธีรับประทานกระเจี๊ยบเขียว
สามารถหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ทานสดๆ ได้เลย หรือจะนำไปประกอบอาหารกับเมนูอื่นๆ นำไปย่างด้วยไฟอ่อนๆ หรือจะทานผสมกับน้ำผึ้ง น้ำมะนาว หรือไอศกรีมก็ได้ค่ะ

ใหม่ Artichoke สมุนไพรบำรุงตับที่ช่วยตับของคุณให้อยู่กับคุณได้ยาวนาน

ขอแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ Artichoke สมุนไพรบำรุงตับ ที่ช่วยตับของคุณให้อยู่กับคุณได้ยาวนาน

สาเหตุของโรคตับแข็ง

โรคตับแข็งอาจเกิดได้จากหลายๆสาเหตุ แต่สาเหตุสำคัญที่มีผลต่อการทำงานของตับ ที่จะทำลายเนื้อเยื่อต้นเหตที่นำไปสู่โรคตับวายเฉียบพลันและตับแข็งมากที่สุดมักเกิดจากสาเหตุดังนี้

–   ดื่มแอลกอฮอลล์ ดื่มสุราหรือเครื่องดื่มทุกชนิดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลล์มากเกินไป

–   การติดเชื่อของตับ โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบบี และโรคไวรัสตับอักเสบซี

–   ภาวะไขมันพอกที่ตับโดยไม่ได้มีสาเหตุจากการดื่มแอลกอฮอลล์ เช่น ภาวะไขมันพอกที่ตับเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน

ส่วนสาเหตุอื่นๆที่อาจนำไปสู่โรคตับแข็งได้ เช่น

–   การเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันบ่อยๆครั้ง จนทำให้เกิดภาวะย้อนกลับน้ำไหลเข้าตับ

–   โรคทางพันธุกรรม เกิดจากรุ่นสู่รุ่นโดยมีการถ่ายทอดเชื้อต่อๆกัน

–   โรคอื่นๆ ที่มีสาเหตุมาจากอาการปิดปกติของตับ มีการสะสมทองแดงมากเกินไป

–   การรับประทานยาบางชนิดติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ

–   การรับประทานสมุนไพรบางชนิดติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ

–   ได้รับสารพิษโดยตรง จากการทำงาน

–   ร่างกายมีธาตุเหล็กสูงเกินไป มีการสัสมในตับเป็นจำนวนมาก เป็นสาเหตุที่พบได้ประมาณ (5-10%)

 

โดยส่วนใหญ่จากสาเหตุที่กล่าวมาทั้งหมดจากข้างต้น จะถูกพบได้บ่อยๆในวัยอายุประมาณ 40-60 ปีขึ้นไป หากพบในเด็กหรือเกณฑ์ที่อายุต่ำกว่านั้นจะมีสาเหตมาจากไวรัสตับอักเสบชนิดรุนแรงหรือการใช้ยาปฏิชีวนะหรือสารเคมีบางชนิด โดยสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายมีโอกาสเกิดขึ้นได้ใกล้เคียงกัน พบได้ทุกช่วงอายุตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูสูงอายุ ดังนั้นควรได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี หากใครมีผู้สูงอายุหรือบุคคลในบ้านที่กำลังประพฤติ พฤติกรรมเหล่านี้อยู่ ควรตักเตือนและอธิบายถึงสาเหตุและผลเสียที่นำไปสู่การเสียชีวิตได้ ดังนั้นควรพูดคุยและตรวจหาสาเหตุ ที่ทำให้เกิดโรคตับแข็งและดูแลรักษาอย่างถูกวิธี