วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากมีใครโดนแทงหรือโดนยิง

อย่างที่ทราบกันดีว่าช่วงนี้มีเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสะเทือนใจหลายหลายครั้งติดต่อกันเกี่ยวกับเรื่องการกราดยิงฝูงชนโดยผู้ก่อการร้ายซึ่งก่อนหน้านี้ประเทศไทยเองไม่เคยประสบกับปัญหาแบบนี้มาก่อนทำให้ประชาชนต่างก็ตกใจกลัวเพราะไม่เคยเจอประสบการณ์แบบนี้แต่ในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมานี้มีเหตุการณ์หลายอย่างที่คิดว่าเราควรจะต้องมีการศึกษาและเตรียมความพร้อมเบื้องต้นเพราะหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงจะได้ช่วยเหลือ

ซึ่งกันและกันได้ในสถานการณ์ที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉินเพราะหลายครั้งที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้จักวิธี ประถมพยาบาลที่ถูกต้องจึงทำให้เกิดเหตุการณ์ที่เศร้าสลดมานับครั้งไม่ถ้วนและแม้บางครั้งผู้บาดเจ็บอาจจะไม่ได้เจ็บมากแต่เนื่องจากกว่าที่เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจะสามารถเดินทางเข้ามาช่วยเหลือได้ก็อาจจะทำให้ผู้ที่บาดเจ็บน้อย กลายเป็นผู้ป่วยที่บาดเจ็บสาหัสเลยก็ได้ดังนั้นวันนี้เราจึงมาแนะนำวิธีการประถมพยาบาลให้กับผู้ป่วยที่อาจจะถูกยิงหรือโดนแทงเบื้องต้นมาฝากกันค่ะ

  1. สำหรับการปฐมพยาบาลคนที่โดนยิงให้เรามองก่อนว่ากระสุนปืนได้ยิงทะลุผ่านร่างกายออกไปหรือไม่หรือว่าเป็นแค่การยิงแบบถากถากเท่านั้นซึ่งวิธีการสังเกต ว่ากระสุนทะลุออกหรือเปล่าให้ดูบาดแผลถ้ากระสุนเข้าทางไหนแผลตรงช่องนั้นจะเล็กและทางออกทางไหนแผลตรงช่องนั้นก็จะใหญ่เมื่อสำรวจเรียบร้อยแล้วให้หาผ้าสะอาดมาอุดตรงปากแผลให้แน่นสังเกตผู้ป่วยว่ามีเลือดออกมากหรือเปล่าหากมีเลือดออกมากให้จับผู้ป่วยนอนหงายแล้วยกขาของผู้ป่วยสูงขึ้นเล็กน้อยและถ้าหากชีพจรของผู้ป่วยเต้นช้าลงให้ทำการนวดหัวใจด้วยการประสานมือปั๊มแล้วรีบนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที 
  2. และสำหรับการปฐมพยาบาลผู้ป่วยจากการถูกแทงหากว่ายังมีอาวุธเสียบคาอยู่ที่ตัวผู้ป่วยให้ปากเอาไว้อย่างนั้นอย่าดึงออกโดยเด็ดขาดแล้วหาผ้าสะอาดมาทำการห้ามเลือดที่สำคัญอย่าให้มีขยับเขยื้อนให้อยู่ที่เดิมให้มากที่สุดเสร็จแล้วรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที
  3. และการปฐมพยาบาลแผลที่เกิดจากการโดนมีดแทงหรือของมีคมแทงหรือฟันให้หาผ้าสะอาดมาทำการห้ามเลือดพยายามบีบปากแผลให้ติดกันให้สนิทเท่าที่จะทำได้หากแผลเป็นรูให้พยายามหาผ้าสะอาดมาอุดรูนั้นไว้เป็นการห้ามหรือไปในตัวและถ้าหากผู้ป่วยมีอวัยวะที่ถูกตัดขาดซึ่งสามารถหาอวัยวะนั้นเจอให้นำอวัยวะชิ้นนั้นใส่ในถุงพลาสติกปิดปากถุงให้สนิทอย่าให้น้ำเข้าได้เสร็จแล้วนำไปแช่ในถังน้ำแข็งน้องผู้ป่วยและอวัยวะส่งโรงพยาบาลทันที

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ชุดตรวจซิฟิลิส

โรคภัยที่มาพร้อมกันการกินชาบู- หม้อไฟที่แสนอร่อย

    ถ้าเอ่ยถึงของกินจำพวกชาบู หรือแม้อาหารประเภทหม้อไฟ  เชื่อว่าคงเป็นอาหารจานโปรดของใครหลายๆคนเลยทีเดียว โดยสังเกตได้ว่าร้านอาหารประเภทชาบูและหม้อไฟ เกิดขึ้นเยอะมากในช่วงนี้และในตอนเย็นเย็นหากขับรถผ่านร้านอาหารประเภทนี้จะสังเกตุได้ว่าแทบเกือบจะทุกร้านมีลูกค้านั่งเต็มร้านก็ไปหมด ยกเว้นที่ร้านทำน้ำซุปได้ไม่อร่อยจริงจริง

จึงจะไม่มีคนเข้ามานั่งในร้าน  สำหรับอาหารประเภทชาบูและหม้อไฟนี้เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมของคนทุกกลุ่ม เมื่อว่าจะมาทานสังสรรค์กันระหว่างเพื่อนที่ทำงาน หรือเพื่อนร่วมรุ่นที่ไม่ได้เจอกันนาน การมากินร้านในที่แบบนี้ก็ให้บรรยากาศความเป็นกันเองและยังนั่งกินได้นาน รวมถึงหากมากับครอบครัวก็สนุกสนานกันไปอีกแบบ เพราะร้านอาหารประเภทชาบูมักจะนิยมคิดเงินแบบบุฟเฟ่ต์ซึ่งจะกินมากน้อยแค่ไหนก็ได้

และราคาส่วนใหญ่ก็ไม่แพง อย่างหัวละ 199 บาท หรือบางที่ที่ใช้วัตถุดีหน่อยก็อาจจะคิด 299 บาทหรือ 399 บาทเป็นต้น การกินอาหารประเภทชาบูและหม้อไฟนั้น จะมีทั้งผักและเนื้อสัตว์ให้เราเลือกกินมากมาย หลายคนบอกว่าก็เหมือนกันการกินสุกี้หากใครอยากจะผอมส่วนมากก็จะกินสุกี้โดยเน้นผักเยอะๆ แล้วจะมีโรคภัยตามมาได้อย่างไร วันนี้เราจึงนำข้อมูลที่ถูกต้องมาเล่าให้ฟังกันค่ะ

สำหรับการรับประทานอาหารจำพวกชาบูหรือหม้อไฟนั้นจะทำให้สุขภาพร่างกายของ เราค่อยค่อยสะสมโรคได้เช่นกันนั่นก็เพราะว่าถึงแม้ชาบูและหม้อไฟจะมีทั้งผักและเนื้อแต่อย่าลืมว่าอาหารประเภทนี้มีน้ำซุป ซึ่งตรงน้ำซุปนี้เองที่ถ้าอยากให้รสชาติที่กลมกล่อมถูกใจลูกค้าก็ต้องมีการปรุงรสชาติให้จัดจ้าน

ดังนั้นอุปกรณ์ในการปรุงจึงมีการใส่สารประเภทโซเดียมลงไปเยอะมาก ซึ่งเชื่อว่าคนที่รักสุขภาพจะรู้ดีว่าโซเดียมไม่ดีต่อสุขภาพอย่างไร เช่น ทำให้บวม ทำให้อ้วน และเป็นการหางานให้ไตของเราต้องทำงานอยากหนัก และยิ่งบางคนทีชอบกินชาบูก็มักจะชอบกินหมูสามชั้นหั่นเป็นชิ้นบางบางเพื่อจิ้มกับน้ำจิ้ม

เชื่อเถอะว่านี่อีกอย่างล่ะที่เป็นที่มาของการสะสมไขมันซึ่งจะทำให้คุณอ้วน และเมื่ออ้วนแล้วโรคอื่นอื่นก็จะตามมาอีกมากมาย  ไม่ว่าจะเป็นโรคความดันเลือดสูง  หรือแม้แต่โรคหัวใจก็เป็น ซึ่งทั้งในน้ำซุปและน้ำจิ้มที่คนทั้งหลายชอบกินนั้นจะมีโซเดียมในปริมาณที่สูงมากและหากใครที่กินชาบูหรือว่าหม้อไฟบ่อยบ่อยแล้วละก็มันจะเป็นการสะสมสารต่างต่างเหล่านี้ให้มาอยู่ในร่างกายของเรามากยิ่งขึ้นจากปกติ ดังนั้นสามารถกินได้แต่ไม่ควรกินบ่อยเกินไปนะจ๊ะ

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

คุณรู้หรือไม่ว่าผลไม้ชนิดใดที่ทำให้คุณหุ่นดี

วันนี้เราจะมากล่าวถึงผลไม้และผักที่ทำให้คุณหุ่นดีโดยที่ไม่ต้องใช้ยาอะไรเลยแล้วก็ไม่ต้องอดอาหารอีกด้วยเรามาดูกันดีกว่าว่าผลไม้นั่นคือ ผลไม้ที่จะกล่าวถึงนั่นก็คือผลไม้ที่มีสีแดงค่ะไม่ว่าจะเป็นแตงโมหรือแม้กระทั่งมะเขือเทศหรือลูกทับทิมก็เป็นผลไม้และผักที่จะทำให้คุณสามารถหุ่นดีได้ผลไม้และผักที่มีสีแดงจะมีสารเบต้าใส่ซินซึ่งจะเป็นสารที่สามารถลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งได้ชื่อผลไม้ที่มีสีแดง

นั้นสามารถหาได้ง่ายๆรวมถึงแม้กระทั่งพริกก็เป็นสิ่งที่สามารถทำให้เราคนดีได้เช่นกันหลายคนคงคิดไม่ออกกันสินะคะว่าผลไม้และของกินที่ผ่านมามันมีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย ต่อเราด้วยนั้นหรือไม่ใช่ค่ะซึ่งการที่เราจะลดน้ำหนักไม่จำเป็นที่ต้องอดอาหารเลยเพียงแค่กินผลไม้ที่เราได้กล่าวไปแล้วผลไม้ที่มีสีแดงก็จะทำให้คุณสามารถหุ่นดีได้

แต่ถึงแม้จะพูดอย่างนั้นแต่ถ้ากินเยอะเกินไปก็จะอ้วนได้อย่างนั้นก็ต้องออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วยกันนะคะออกกำลังกายสัก 1 ชั่วโมงก็คือทานผลไม้ให้เรียบร้อยก่อนแล้วออกกำลังกายสักประมาณ 1 ชั่วโมงให้ดีเลยก็คือชั่วโมงครึ่งหรือ 2 ชั่วโมงก็จะทำให้เราสามารถหุ่นดีและสวยขึ้นได้ซึ่งนอกจากนั้นถ้าเราดูแลร่างกายของเราดีอย่างนี้ทุกวันก็จะทำให้เราสามารถหน้าเด็กลงได้อีกด้วย

ฉันเชื่อว่าหลายคนคงจะไม่รู้เรื่องนี้กันซึ่งฉันก็เพิ่งรู้เช่นเดียวกันว่าผลไม้ผักและอาหารต่างก็มีส่วนร่วมในการที่จะทำให้เราหุ่นดีได้โดยที่ไม่ต้องใช้ยาลดน้ำหนักหรืออดอาหารนอกจากนั้นยังทำให้สุขภาพร่างกายของเราดีมากขึ้นอีกด้วยซึ่งเรื่องนี้ฉันจะได้ทดลองแล้วมันก็ได้ผลดีเป็นอย่างมากจากที่เคยร่างกายอ้วนท้วนและถูกเพื่อนล้อตลอดไปได้กินผลไม้ตามดังนี้แล้วออกกำลังกายทุกๆวัน

ก็ทำให้ฉันหัวเราะจนไม่กล้าหลอกกันอีกเลยและทุกคนก็มาตีสนิทกับฉันแล้วก็ทำให้ชีวิตฉันดีขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆหากใครที่ร่างกายอ้วนไม่ต้องท้อใจนะคะเราซื้อผลไม้และผักพวกนี้มากินแล้วก็สามารถผมสวยไม่ต้องไปเสียเงินเยอะๆกับการซื้อยาลดน้ำหนักแล้วค่ะและนี้ก็คือเรื่องราวที่ทอนรากจะมาเล่าต่อให้ได้รู้กันค่ะ เพราะว่ามันดีจริงๆค่ะเอาไปลองกันนะคะ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ตรวจเอดส์ไม่เจอ

ผลไม้และผักทำให้ช่วยให้หุ่นดีได้

อย่างที่ทุกคนคงจะทราบกันดีว่าผักและผลไม้นั้นมีคุณประโยชน์มากมายหลายอย่างซึ่งหากเราทานอย่างเหมาะสมก็จะทำให้เราหุ่นสวยได้ซึ่งผู้หญิงทุกคนและผู้ชายทุกคนก็คงอยากจะหุ่นดีกันทั้งนั้นแล้ววันนี้เลิกมาพูดถึงผลไม้มีสีอะไรบ้างที่จะทำให้คุณถ้าเกิดว่าทานเข้าไปแล้วจะถึงแบบที่สามารถเป็นดาราได้เลย ผลไม้ที่จะกล่าวต่อไปนี้สามารถหาได้ง่ายๆเรามาดูกันดีกว่าว่าจะมีผลไม้อะไรบ้างแล้วจะมีสีอะไรกันบ้างมาดูกันเลยค่ะ 

สีส้มหรือสีเหลือง ผลไม้และผักที่มีสีส้มแล้วจะเป็นอย่างเช่นเมล่อนแคนตาลูปมะละกอส้มแล้วก็พริกค่ะซึ่งสิ่งที่เราประมาณนี้ก็ยังไม่หมดอาหารผลไม้ที่มีคุณประโยชน์และสรรพคุณประโยชน์ต่อร่างกายยังมีอีกเยอะที่มีสีเหลืองและสีส้มซึ่งผลไม้ที่มีสีเหลืองและสีส้มจะมีวิตามินซีเยอะซึ่งจะทำให้มีหลอดเลือดที่สะอาดและจะทำให้เรามีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงซึ่งจะทำให้มีโอกาสน้อยมากที่ทำให้เราเป็นมะเร็งได้ดังนั้นคนหลายคนที่ต้องการที่จะเน้นสุขภาพกับตัวเองก็เลือกทานผลไม้ที่มีสีส้มหรือสีเหลืองกัน

สีขาว ผลไม้ที่มีสีขาวนั้นมีมากมายก่ายกองแต่เชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่รู้เส้นทางที่มีผลสีขาวก็มีมากมายซึ่งเราอาจไม่รู้ว่าสิ่งที่เรากินอยู่นั้นหรือบางสิ่งที่เราไม่ชอบกินตามมีคุณประโยชน์เรายกตัวอย่างเช่นกระเทียมกระเทียมเป็นอีกหนึ่งอย่างในการที่เราหุ่นดีได้ชื่อว่าคนหลายคนประเภทของประเทศไทยหรือไม่กับคนทั่วโลกก็คงจะไม่ค่อยชอบการที่จะกินกระเทียมกันนอกจากกระเทียมจะมีกลิ่นฉุนแรงแล้วก็เที่ยงยังไม่อร่อยด้วยดังนั้นเวลาทำอาหารคนเราจะเลือกใส่กระเทียมเพียงเพราะว่ามันจะช่วยทำให้อาหารมีกลิ่นหอมขึ้นเท่านั้นแต่นอกเหนือจากนั้นทุกคนก็จะเลือกที่จะไม่ใส่กระเทียมกันแต่หารู้ไม่ว่าผลไม้ที่มีคนเกลียดกันนี้แต่มีคุณประโยชน์มากมายหลายอย่างนอกจากกระเทียมแล้วก็จะมีเช่นขิงลิ้นจี่กระทั่งเงาะก็เป็นผลไม้ที่มีเนื้อสีขาวเส้นเดียวกันแล้วก็เป็นสีขาวเช่นเดียวกัน

นี่ก็คือ 2 สีของผลไม้และผักที่ถ้าเกิดว่าต้องการลดน้ำหนักและต้องการให้ตัวเองหุ่นดีนั้นจะต้องกิน ไม่ถึงกันเลยใช่ไหมคะว่าของกินที่เราเห็นอยู่ทั่วๆไปนั้นมันจะช่วยให้เราหุ่นดีได้จริงๆซึ่งต้องขอบอกไว้ก่อนว่านักวิจัยที่ออกมาเผยแล้วว่าการที่เรากินของพวกนี้มีประโยชน์มากกว่าที่เรากินยาลดน้ำหนักที่ขายทั่วไปอีกค่ะ

 

 

สนับสนุนโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

วิธีการที่เราอยู่ร่วมกับคนที่ป่วยหรือว่าติดเชื้อเอชไอวี

เมื่อเรานั้นต้องอยู่กับผู้ที่ป่วยหรือว่าติดเชื้อจากโรเอดส์นั้นเราไม่ต้องกลัวหรือว่าตกใจอะไร   เรานั้นสามารถที่จะอยู่ร่วมกับผู้ป่วยได้และการรักษาอย่างถูกวิธีเพื่อที่จะช่วยดูแลผู้ที่ป่วยนั้นได้ด้วยเพื่อที่จะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น   ขั้นตอนในการที่เราจะปฏิบัติตัวนั้นมีดังต่อไปนี้   

  1. ปฏิบัติผู้ที่ป่วยนั้นเหมือนคนปกติ  เราควรที่จะรับฟังปัญหาพร้อมกับบอกวิธีที่ถูกต้อง  และก็ไม่ควรที่จะพยายามทำเป็นรังเกียจเขาเพื่อที่จะให้เรานั้นรู้สึกว่าคุณนั้นเปลี่ยนไป  แต่ว่าเราใช้คำอธิบายให้เขานั้นเข้าใจและได้รับการรักษาเพื่อที่จะได้มีชีวิตที่ดีและก็ส่งผลให้เขานั้นมีสุขภาพที่ดีอีกด้วย  
  2. ทำที่อยู่ให้เหมาะสม   อย่างเช่นผู้ที่ป่วยนั้นเดินไม่ได้  ให้เขานั้นใช้รถเขนและพยายามเอาข้าวของสิ่งที่สำคัญนั้นมาวางให้เขานั้นสามารถที่จะเลือกหรือว่าหยิบจับอะไรนั้นได้ง่ายมากยิ่งขึ้น  
  3. ดูแลสุขภาพของผู้ที่ป่วย  เรานั้นก็ควรที่จะพลิกหรือว่าทำกายาภาพบำบัดเพื่อที่จะให้เขานั้นได้รู้สึกว่าเขานั้นนอนสบายและหลีกเลี่ยงในการที่เป็นแผลกดทับ 
  4. ดูแลและใส่ใจในเรื่องของอาหารการกิน    สิ่งแรกที่เราต้องทำคือเรื่องของความสะอาด  และการปรุงอาหารให้สุขไม่ให้ดิบ  และก็เครื่องครัวหรือว่าอุปกรณ์ที่เราใช้นั้นต้องสะอาด  และก็ต้องเน้นอาหารที่ครบถ้วยมีปริมาณที่เหมาะสม  และสุดท้ายนั้นไม่ควรที่จะให้กินอาหารที่ดิบ หรือว่าไข่แบบนี้เป็นต้น   
  5. ให้ผู้ที่ป่วยนั้นทานยาอย่างสม่ำเสมอ   เราควรที่จะวินัยในการกินยาเป็นไปอย่างเป็นเรื่องที่ปกติและเป็นเรื่องที่เราต้องใส่ใจในการกินยา  เพราะว่านั้นจะช่วยให้ลดอาการของการแพร่เชื้อและก็ไม่ควรที่จะหยุดกินยาเองเพราะว่าการที่เราหยุดกินยาเองนั้นจะส่งผลให้เราเป็นคนที่ดื้อยาและไม่สามารถที่จะกลับมากินยาตัวเดิมนั้นได้อีก   

และนอกจากนี้เราก็ควรที่จะดูแลเรื่องความสะอาดที่ตัวเรานั้นด้วยอย่างเช่นการที่เราล้างมือทุกครั้งและก็ควรที่จะสวมถุงมือด้วย  ในการที่เราล้างมือเราก็ควรที่จะใช้สบู่ในการล้างมือ  และขยะนั้นให้เราคัดแยกออกจากกันการที่ผู้ป่วยนั้นต้องใช้เข็มฉีดยานั้นเราต้องรู้รักษาความปลอดภัย  รวมไปถึงความสะอาดเรื่องการใช้ห้องน้ำนั้นด้วย  ทุกครั้งที่เราจะทำความสะอาดนั้นเราก็ควรที่จะสวมถุงมือยางนั้นด้วย  

 

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

วิธีที่จะทำให้ลูกเชื่อฟังโดยที่เราไม่จำเป็นที่จะต้องตีลูก

เอาจริงๆแล้วทุกคนและพ่อแม่ทุกคนถ้าเกิดว่ามีลูกก็จะตีลูกเป็นการลงโทษเพื่อให้ลูกตั้งใจฟังแล้วก็คิดว่าไม่ควรจะทำอย่างนี้อีกเพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่โดนลงโทษซึ่งถึงแม้ว่าน่าจะทำให้ลูกมีนิสัยที่ดีขึ้นมานิดหน่อย แต่เอาจริงๆแล้วถ้าทำอย่างนั้นก็จะทำให้ลูกของเราไม่สามารถที่จะบอกเราได้ว่าเขารู้สึกอย่างไร

เพราะกลัวว่าหากเด็กๆแล้วตัวเองแสดงความรู้สึกว่าโกรธหรือเสียใจพ่อแม่ก็จะทำโทษด้วยการตีและดุด่าว่าตีดังนั้นบางครั้งบางคนอาจจะเห็นว่าลูกของตัวเองเวลาโดนทำโทษจะไม่ค่อยแสดงความรู้สึกออกมาแต่เอาจริงๆแล้วที่เขาหายไปจากเราทำโทษเสร็จก็เป็นเพราะว่าเขาแอบไประบายกับตัวเองร้องไห้และพูดกับตัวเองซึ่งนั่นอาจจะทำให้ไม่ดีต่อสุขภาพของเด็กรวมถึงสภาพจิตใจของเด็กด้วยซึ่งการที่เราทำแบบนี้นั้นอาจจะทำให้ลูกของเราเวลามีปัญหาก็จะไม่คุยกับใครแล้วจะไม่บอกพ่อกับแม่ก็คิดว่าหากบอกไปก็อาจจะโดนทำโทษได้ ดังนั้นก็จะทำให้เขาเป็นคนที่ไม่บอกใครและเลือกที่จะเก็บปัญหาไว้กับตัวเองทุกครั้งมันก็จะไม่ดีตอนเด็กๆหลายคน

นอกจากนั้นยังทำให้เด็กๆจะเป็นคนที่เข้ากับใครไม่ค่อยได้อีกด้วยค่ะเพราะว่าคนคนนั้นก็อาจจะและดุด่าว่าตีเหมือนกับคุณพ่อคุณแม่จึงไม่ค่อยทำความรู้จักกับใครนอกจากนั้นที่เด็กหลายคนเป็นมากที่สุดนั่นก็คือเด็กบางคนอาจจะเลือกที่จะไม่แสดงอารมณ์ว่าตัวเองโกรธโมโหหรือเสียใจให้พ่อแม่ได้เห็นแต่เขาก็อาจจะไประบายความโกรธและความรู้สึกที่ไม่ดีต่อเพื่อนของเขาเองเช่นกันทำของเพื่อนพันการต่อยตีทะเลาะกับเพื่อน

หรือแม้แต่การขยี้ปมของเพื่อนซึ่งนั่นก็จะทำให้ไม่มีใครอยากจะคบกับลูกของเราสุดท้ายพอเขาต่อไปกับนิสัยอย่างนั้นก็จะไม่มีใครอยากร่วมงานด้วยแล้วก็ไม่มีใครอยากที่จะทำความรู้จักดังนั้นเราควรจะสอนลูกด้วยคำพูดดีๆแล้วบอกว่าไม่ควรจะทำอย่างนี้อีกสำหรับการด่าก็ไม่จำเป็นที่จะต้องตีแต่เอาจริงๆก็แค่การลงโทษเล็กๆน้อยๆเช่นลดค่าขนม

สำหรับพ่อแม่ที่สอนลูกๆบางคน อาจจะคิดว่าพี่ตีไปก็เพราะความรักเพราะว่าไม่อยากให้ลูกโตไปแล้วเป็นคนที่นิสัยไม่ดีเป็นคนที่นิสัยก้าวร้าวไม่อยากให้ลูกเป็นอย่างนั้นเพราะกลัวว่าจะไม่มีใครคบลูกจึงต้องตีเพื่อให้ลูกไม่กล้าที่จะทำอีกความคิดของพ่อแม่บางคนที่สอนลูกโดยการตีจะเอาจริงๆนะไม่ได้ช่วยอะไรเลยถึงแม้ว่าลูกจะดูนิสัยดีขึ้นมาไม่กล้าร้าวกับพ่อแม่แต่เบื้องหลังที่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่เขาอาจจะก้าวร้าวมากกว่าเดิมก็ได้คำว่าเขาอาจจะไประบายความโกรธกับคนอื่นหรือที่เรียกง่ายๆว่าโกรธแล้วพาลนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  แนวทางการแทงหวยลาว

ความดันในหูเกิดจากอะไร

ถ้าหากจะพูดถึงความดันในหู เพื่อนๆคงจะเคยรู้สึกกันบ้างเวลาที่เรานั่งเครื่องบิน หรืออยู่ในที่สูงๆ เพราะว่าหูของคนเรานั้นเป็นช่องอากาศที่มีท่อเชื่อมต่อกับด้านหลังของคอ หากว่าเราไม่เพิ่มแรงดันในหูส่วนกลาง

เพื่อให้สมดุลกับแรงดันภายนอก และสิ่งที่จะเกิดขึ้นถ้าหากแรงดันในหูไม่สมดุลก็คือ การบาดเจ็บของหูเรา อาจจะรู้สึกตึงๆ ในตอนแรก และรู้สึกเจ็บมากขึ้นเรื่อยๆ ตามความลึกที่เราดำน้ำลงไป  และวิธีการที่จะปรับแรงดันให้เกิดความสมดุล ก็คือ คนส่วนใหญ่ก็มักจะติดเครื่องมือดำน้ำอยู่เสมอตามปกติ

ท่อแต่ละอันจะมีวาล์วด้านล่าง และหน้าที่ป้องกันการติดเชื้อจากจมูกไปสู่หูชั้นใน และส่วนใหญ่แล้วนั้นคนที่จะดำน้ำลึกจะต้องมีการเรียนดำน้ำให้ชำนาญก่อนจะมีการดำจริง ซึ่งถ้าหากไม่มีการเรียนดำน้ำ จะไม่สารารถดำน้ำได้หรือถ้าหากดำได้ ก็เป็นอันตรายต่อหูของเรามากๆ

เพราะภายใต้ของน้ำลึกจะมีแรงดันที่มาก และหากไม่มีเครื่องมือดำน้ำหรือการได้รับการฝึกฝนมากเป็นอย่างดี ความดันใต้น้ำอาจจะทำให้หูของเราแตกหรือเยื้อแก้วหูของเราอาจจะแตกได้ฉะนั้นคนที่จะดำน้ำจะต้องศึกษาเรื่องปรับสมดุลของหูให้ดี ความดันของหูคนเรานั้นสำคัญมาก เพราะถ้าหากความดันในหูไม่สมดุลแล้วนั้นอาจจะทำให้เป็นโรคเกี่ยวกับหูได้หลายๆโรคเลย เช่นโรคหูความดันไม่สมดูล

ซึ่งจะทำให้หูอื้อ หูดับ เจ็บหู โรคหูน้ำหนวกซึ่งจะมีอาการคือ หูจะมีน้ำหนองอยู่ในหูและมีอาการเจ็บหูมากๆ หากไม่ได้รับการรักษา ก็จะทำให้หูหนวกได้ซึ่งร้ายแรงมาก ฉะนั้นหากเป็นโรคหูน้ำหนวง จะต้องรีบรักษาให้หายขาด เพราะถ้าปล่อยไว้นานจะทำให้เกิดปัญหาที่ร้ายแรงได้ และความดันในหู ก็มีบทบาทเกี่ยวกับหูมากเช่นกัน เพราะถ้าหากความดันในหูปกติก็จะทำให้หูไม่เกิดอาการเจ็บใดๆ นอกจากการดำน้ำที่ทำให้ความดันของหูไม่สมดุลแล้วนั้นยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำให้ความดันในหูเปลี่ยนไปคือ การนั่งเครื่องบิน

ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็มักจะเคยนั่งกันอยู่แล้ว คนที่เคยนั่งเครื่องบินจะทราบดีอยู่แล้วว่าถ้าหากเครื่องบิน บินขึ้นสูงเท่าไรเราก็มักจะเจ็บหูมากเท่านั้น เพราะความดันในเครื่องบินจะมีสูงมาก ถ้าเราบินเป็นเวลานานๆเราอาจะเจ็บหูได้เลย เพราะแรงดันบนอาการสูง ซึ่งจะค่อยดันหูของเราอยู่ตลอด ซึ่งจะทำให้เราเจ็บหูได้ ฉะนั้น เราควรจะรักษาตัวเองเบื้องต้นคือ อย่าบินบ่อย และอย่าทำให้หูได้รับบาดเจ็บก่อนมีการบิน และถ้าหากมีอากาศบาดเจ็บก็ควรจะงดการบินไปเลยเพราะอาจจะทำให้แก้วหูแตกได้

 

ขอบคุณ  เครื่องช่วยฟัง  ที่ให้การสนับสนุน

วิธีสังเกตอาการหูตึงในเด็กเล็ก 

หากจะถามว่าการได้ยินสำคัญมากขนาดไหน ทำไมเราจึงจำเป็นต้องได้ยิน ต้องบอกว่าการมองเห็นและการได้ยิน สำคัญกับร่างกายมนุษย์มาก เพราะทั้งสองอย่างทำให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์ หากขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไป คงเป็นเรื่องยากลำบากไม่น้อย 

คนส่วนใหญ่คิดว่าอาการหูตึงเป็นแค่เฉพาะคนสูงอายุเท่านั้น แต่ความจริงแล้วในเด็กเล็กก็สามารถเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน คุณพ่อคุณแม่มือใหม่จำเป็นต้องสังเกตพฤติกรรมของลูกอย่างใกล้ชิด เพราะเด็กไม่สามารถพูดกับเราได้ว่าไม่ได้ยินหรือได้ยินอะไร และไม่รู้ว่าสิ่งไหนคือสิ่งผิดปกติ 

ปัญหาความบกพร่องทางการได้ยินในเด็กส่งผลต่อการเรียนรู้และพัฒนาการด้านสื่อสารของเด็ก รวมถึงมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเด็กในระยะยาวได้ อย่างไรก็ตาม ปัญหาการได้ยินส่วนใหญ่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นหรือมีอาการรุนแรงขึ้นได้ หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ ดังนั้นหากผู้ปกครองสงสัยว่าเด็กอาจมีปัญหาด้านการได้ยิน ควรรีบพาเด็กมาพบแพทย์ก่อนที่อาการจะลุกลาม 

แพทย์จะวิเคราะห์สาเหตุของการสูญเสียการได้ยินตามกายวิภาคของหู ปกติหูของคนเรามีอยู่ 3 ชั้น คือหูชั้นนอก เริ่มตั้งแต่ช่องหูไปจนถึงแก้วหู ถัดมาคือหูชั้นกลางหรือส่วนที่ถัดจากแก้วหูซึ่งมีท่อระบายอากาศต่อจากจมูก ต่อจากหูชั้นกลางคือหูชั้นในซึ่งเป็นเรื่องของระบบประสาท สาเหตุของการสูญเสียการได้ยินเกิดได้จากหูทั้ง 3 ชั้น โดยสาเหตุเกิดได้จาก

หูชั้นนอก ที่พบบ่อยในเด็กคือขี้หูอุดตัน ทำให้เด็กได้ยินไม่ชัด หรือมีความผิดปกติแต่กำเนิด เช่น รูหูหรือใบหูไม่มี ตีบแคบ หรือผิดรูป

หูชั้นกลาง ที่พบบ่อยในเด็กคือภาวะน้ำขังในหูชั้นกลาง มักสัมพันธ์กับการเป็นหวัด จมูกกับหูชั้นกลางจะเชื่อมต่อกันดังนั้นเมื่อเด็กเป็นหวัดแล้วอาการไม่ดีขึ้น น้ำมูกที่อยู่ในจมูกอาจคั่งค้างในหูชั้นกลาง ทำให้การได้ยินลดลงได้

หูชั้นใน อาจเกิด แต่กำเนิดหรือเป็นภายหลัง เช่น การติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ หรืออาจเกิดขึ้นจากที่หูชั้นกลางอักเสบ 

จะเห็นได้ว่าสาเหตุของอาการทางหูในเด็กนั้น บางครั้งเกิดขึ้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จึงเป็นเรื่องยากที่จะควบคุม แต่เราสามารถช่วยบรรเทาให้อาการได้รับการรักษาได้ทันท่วงที และช่วยให้เด็กเรียนรู้ปรับตัวตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้ง่ายขึ้น และนอกจากนี้หากได้รับคำแนะนำที่ดี พร้อมกับกำลังใจจากครอบครัว จะทำให้สุขภาพจิตของเด็กเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ใครว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อยและไกลตัว คงต้องเปลี่ยนความคิดกันใหม่แล้วล่ะ 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

ปัญหาค่าฝุ่น PM2.5

ยังคงกลายเป็นประเด็นร้อนอย่างต่อเนื่องสำหรับค่าฝุ่น PM2.5

ซึ่งตอนนี้ตื่นเช้าขึ้นมามองไปทางไหนก็เห็นแต่ฝุ่นมืดฟ้ามัวดินไปหมดแทบมองไม่เห็นแสงสว่างจากดวงอาทิตย์เลยด้วยซ้ำไป ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นประชาชลพลเมืองหรือแม้แต่พวกดาราต่างก็ออกมาบ่นกันขรมเลยทีเดียวเกี่ยวกับ ปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 เพราะตอนนี้ฝุ่น PM2.5สูงขึ้นทุกวันบางพื้นที่ค่าขึ้นมาร้อยกว่าแล้ว เดินไปที่ไหนก็เจ็บตา หรือบางคนก็คัดจมูกยิ่งคนเป็นโรคภูมิแพ้อาการจะยิ่งเป็นมากกว่าคนปกติทั่วไป ซึ่งตอนนี้หลายคนเริ่มหันมาใช้หน้ากากใส่ตอนอยู่นอกบ้านกันบ้างแล้ว ซึ่งหลายฝ่ายต่างก็ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลมีการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังเสียที

แต่ก็มีคนจากรัฐบาล อย่างพลเอก อนุพงษ์ ออกมาบอกว่าค่าฝุ่น PM2.5 ในปีนี้ลดน้อยลงกว่าปีที่แล้วเสียอีก ไม่ให้คนไทยวิตกกังวลเกินกว่าเหตุ แต่สิ่งที่ประชาชนรับรู้และสัมผัสได้ด้วยตัวเองในขณะนี้ นับวันค่าฝุ่น PM2.5 จะยิ่งมีความรุนแรงมากขึ้น กระจายพื้นที่ที่มีฝุ่นเยอะขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมาเสียอีก ขนาดดาราอย่าง โจ อี้บอย ยังต้องออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลรีบแก้ปัญหานี้เสียที อย่างเช่นนักร้องดังอย่างลิเดีย ซึ่งได้มีการโพสต์ภาพตาอักเสบเพราะเดินอยู่นอกบ้าน ใช้เวลาแค่ 15 นาทีเท่านั้นเอง และหากบ้านไหนที่ไม่มีระบบปิดไม่มีเครื่องฟอกอากาศถึงอยู่ในบ้านก็มีโอกาสที่จะเจอปัญหาการสูดดมค่าฝุ่น PM2.5 ได้เช่นกัน

ในขณะที่หลายคนออกมาเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน แต่ก็ยังมีประชาชนบางกลุ่มยังคงทำสร้างมลพิษด้วยการจุดไฟเผาป่า เผาไร่อ้อย เผาขยะ หรือแม้แต่กลุ่มคนทีขี่รถแล้วก่อให้เกิดควันดำ ก็ยังคงทำกันต่อไปโดยไร้จิตสำนึกที่ดี  ตอนนี้หน้ากากที่จะใช้ใส่เพื่อป้องกันฝุ่น PM2.5 ก็มีแค่หน้ากาก N95 ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มจะขาดตลาดและของก็มีราคาแพงมาก ตอนนี้หลายคนที่ไม่ได้ใส่หน้ากากเวลาที่ออกนอกบ้านต่างก็เริ่มทยอยไม่สบายกันบ้างแล้ว ยิ่งคนที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงจะยิ่งป่วยเร็วกว่าคนอื่น บางคนตามบวม บางคนตาแดง

บางคนคันในรูจมูกและหายใจลำบากทุกวันนี้เวลาที่ออกไปนอกบ้านแล้วหายใจเอาอากาศเข้ามายังรู้สึกรับรู้ได้ว่าลมหายใจที่เข้ามามีฝุ่นมาด้วยเลย ตอนนี้คนที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงต่างก็ออกมาบ่นกันมากมายว่าสัตว์เลี้ยงของพวกเขาเริ่มป่วยแล้ว ปัญหา ฝุ่น PM2.5 เป็นปัญหาที่ยืดยื้อมาตั้งแต่ปีที่แล้วและรู้สึกว่ากำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นตอนนี้ตนต้องเป็นที่พึ่งแห่งตนอย่าลืมหาหน้ากาก N95 มาใส่กันนะคะ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Kardinal stick รีวิว

รีวิวHONDA ADV150

HONDA ADV150 รีวิวแบบไม่อวย

รายละเอียดการออกแบบการใช้งานเหมาะสมกับใครจุดอ่อนจุดเด่นเลย

วันนี้เราได้ไปเทส ADV150 ใหม่กริ๊บจากศูนย์เลยนะครับแต่เราทำให้มันเก่า ฮ่าๆๆ เราสัญญากับเจ้าของว่าถ้ามีลอยขีดข่วนเราต้องซื้อ แฮ่!! แต่เราไม่ได้ทำให้มีลอยจริงๆครับไม่มีลอยขีดข่วนอะไรเลย ADV150 เป็นรุ่นแรกของฮอนด้าที่เปิดตัวในไทยที่เป็นรถสกู๊ตเตอร์ จริงๆคำว่า ADV ต้องบอกก่อนว่าตามความเข้าใจอย่าเข้าใจว่าเป็นรถแบบพวก CRF ขนาดนั้น ถามว่าเป็นรถพวกลุยเลยมั้ย ก็ไม่ถึงขนาดลุยดะขนาดนั้นครับ

โดยความเข้าใจในซีรี่ของฮอนด้าเนี่ยตัวนี้มันไม่ได้ขึ้นคำว่าเอ็กนะมันไม่ใช่สายลุยแบบเอาไปกระโดดเนินขนาดนั้น ADV มันน่าจะเหมือนประมาณแบบแอดเวนเจอร์เล็กๆน้อยๆถ้าเทียบกับรถยนต์จะประมาณ CRV ที่ทำเหมือนจะเข้าป่าได้จริงๆก็เน้นทางทั่วๆไปวิ่งได้ทั้งหมด แต่อยากไปกระโดดเนินก็เชิญไปพวก CRF อะไรพวกนั้นแต่ถ้าอยากลองเอาไปโดดก็แล้วแต่ครับ ฮ่าๆๆ จะขอรีวิวแบบรวมๆเลยนะกันนะครับ เพราะว่าจริงๆคนอื่นเขารีวิวไปเยอะแล้วพวกสเป็คกระดาษเนี่ยค่อยไปดูเอาเองในหนังสือแต่เดี๋ยวเราจะเอาฟิลลิ่งดีกว่า ก็มีทั้งชอบและไม่ชอบนะครับเราก็จะคุยกันตรงๆเพราะเขาให้มาทดลองใช้ไม่ได้มีการจ่ายเงินให้เรา

แค่เอามาให้เราขี่เล่นก็ถือว่าเป็นบุญแล้วนะครับ ฮ่าๆๆ ขอออกตัวไว้ก่อนว่าเป็นความเห็นส่วนตัวนะ บอกก่อนนะว่าตัวผมสูง 180 กับสลีละรูปทรงของรถกับตัวผมรู้สึกมันไม่ค่อยโอเคเวลาจอดรถแล้วยืนก้นไม่ได้ลงติดเบาะคือรถสูงมาก แต่ถ้าคนที่ไม่สูงมากคือต่ำกว่า 170 น่าจะรำบากในเรื่องนี้สำหรับการแก้ปัญหาคงไม่ยาก แค่ไปโหลดหน้าแต่การโหลดหน้าอาจจะทำให้มิติในการมองมันเปลี่ยนไปเยอะแต่ก็แล้วแต่คนจะชอบครับแต่ผมก็แนะนำว่าควรจะโหลดหน้าซักหน่อยนึง แล้วอีกอย่างนึงนะครับถ้ารถมันสูงสำหรับคนเตี้ยๆเวลาขับช่วงเลี้ยวกลัวขามันค้ำไม่ถึง

 

เรื่องของระบบเบรคมีดังต่อไปนี้

มาพูดถึงระบบเบรคกันมั่ง ผมขอชมว่าระบบเบรคของฮอนด้านุ่มมากตอนที่ลองขับขึ้นเขาลงเขาเมื่อกี้มันจะนุ่มมากแบบไม่ฟึดฟัดไป ถ้าเทียบกับยามาฮ่า NMAX จะอยู่แบบตึ๊กเลย ค่อนข้างจะหยุดหนึบเลยแต่ว่า ADV150 จะนุ่มนวนคือต้องบอกก่อนนะว่าตัวนี้เป็น ABS ล้อหน้าล้อหลังเป็นเบรคดิสธรรมดาเป็นของ nissin ตัวใหญ่สวยงามดีไซส์ดีแต่ว่าส่วนตัวนะดิสหลังผมว่าล้อหลังที่ไม่มี ABS ผมชอบเพราะว่าเมื่อกี้ไปลุยนิดๆเป็นป่าเล็กๆน้อยๆบนภูเขามันสามารถสไลด์โค้งได้สามารถบิดรถแล้วกำเบรคหลังแล้วมันจะสไลด์ได้เลยอันนี้ส่วนตัวชอบมาก แล้วข้างหน้าที่เป็น ABS ก็ไม่ทำให้เราถลัยโค้งแบบหน้าแถเรื่องระบบเบรคก็แฮปปี้ไม่มีปัญหาครับ ชอบเลย

ต่อมาก็จะมาดูชิวหรือตัวบังไมค์ ชิวของ ADV นี้จะสามารถปรับระดับได้โดยการดึงตัวล็อคด้านข้างแล้วก็ปรับได้เลยครับ เอาตรงๆนะสำหรับผมว่าให้มาน้อยไปหน่อยเหมือนมันไม่ได้ช่วยอะไร ยิ่งสำหรับคนสูง 180 ยิ่งไม่ได้ช่วยอะไรเลยเหมือนใส่มาเท่ๆเฉยๆ คือถ้าลมมาประทะกับชิวแล้วยังไงลมก็ต้องมากระแทกหน้าคนขับแน่นอน เพราะมันปรับได้แค่ 2 ระดับคือแบบนอนน่าจะได้ซัก 30องศา แล้วปรับให้สูงขึ้นอีกหน่อยก็น่าจะประมาณ 75องศา แต่ด้วยชิวที่อยู่ในต่ำแหน่งต่ำมันเลยเหมือนไม่ได้ช่วยกันลมซักเท่าไหร่ แต่คิดว่าในอนาคตจะต้องมีอะไหล่มาเปลี่ยนแน่นอน ก็เหมือนทำมาเพื่อให้เราเสียเงินอีกต่อนึงนะครับ ฮ่าๆๆ

 

ขอขอบคุณเรื่องราวที่ให้นำมาเสนอจาก บิ๊กไบค์มือสอง